Life is short then do what brings happiness to life.ชีวิตเราสั้น อะไรทำแล้วมีความสุข ก็ทำไป

เรื่องราวที่เขียนในบล๊อกเป็นประสบการณ์ และชิวิตประจำวันของโอ้ทเอง เขียนไว้เป็นบันทึก เก็บไว้อ่านย้อนหลังเมื่อวันเวลาผ่านไป ซึ่งเอากลับมาไม่ได้ หากสิ่งที่เขียนเป็นประโยชน์กับบางคน หรือหลายคนด้วยก็ดีใจ ขอบคุณผู้อ่านทุกคนค่ะ

Saturday, February 27, 2016

เมื่อมิสเตอร์เปิดปากพูด

27  กุมภาพันธ์ 2559
สวัสดีค่ะ ตอนนี้ป้าโอ้ทการบ้านท่วมท้น และต้องทบทวนบางวิชาเพื่อสอบกลางเทอมด้วย แต่ขอเจียดเวลาสักนิด มีเรื่องอยากเขียนที่อารมณ์ร่วมเหตุการณ์ใกล้จะหมดแล้ว จะเขียนไม่สนุก เอาล่ะเริ่มกันเลยดีกว่าเน่อะ
ท้าวความจากที่เคยเขียนไปแล้วว่ามิสเตอร์อยู่ในสถานะผู้ไม่มีงานทำ หลังกลับจากบ้านแม่ย่าเมื่อสิ้นปี ต้นปีทางบริษัทมิสเตอร์ประกาศปิดแผนก เนื่องด้วยสภาวะของบริษัทไม่มี พนักงานพ้นสภาพร่วมพัน หนึ่งในนั้นคือมิสเตอร์ แต่มิสเตอร์ไม่ได้หมดสภาพทันที ยังคงทำงานต่อได้จนถึงสิ้นมีนาคม มิสเตอร์สมัครงานทั้งในเดลาแวร์ ใกล้เคียง และไอดาโฮ ซึ่งอยู่ใกล้บ้านแม่ย่าเหนือสุด หนาวสุดโน้น มิสเตอร์บอกให้ป้าโอ้ทหาโรงเรียนแถวโน้นไว้ ถ้ามิสเตอร์ไม่ได้งานที่เดลาแวร์ ป้าโอ้ทอาจจะเรียนไม่จบ เพราะโรงเรียนที่จะไปใหม่(จากข้อมูลที่ดู) ไม่มีสาขาที่ป้าโอ้ทสนใจ เสียดายเพราะที่เรียนตอนนี้อีกสองเทอมก็จบแล้ว มิสเตอร์บอกอยากได้งานที่เดลาแวร์เพราะย้ายตอนนี้กระทันหัน
และแล้วต้นเดือนกุมภาพันธ์มีข่าวดี มิสเตอร์ได้รับติดต่อสัมภาษณ์บริษัททีเดลาแวร์ซึ่งไม่ใกล้จากบริษัทเดิม กำหนดสัมภาษณ์หนึ่งสัปดาห์หลังจากที่บอกป้าโอ้ท คือวันพฤหัสที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี่ล่ะ  ค่ำคืนวันพุธหลังจากอิ่มมื้อเย็นป้าโอ้ทถามมิสเตอร์ว่าพร้อมสัมภาษณ์พรุ่งนี้ไหม มิสเตอร์ตอบมาว่า สัมภาษณ์ยกเลิก อ้าว!
ป้าโอ้ทคิดว่ามิสเตอร์ล้อเล่น พูดไปหลายครั่งว่ายูโกหกไอซินะ แล้วขึ้นบ้านมาเช็คอีเมล์ เล่นเฟสบุ๊ค ทำอะไรไปเรื่อยตามประสา ในอีเมล์หนึ่งมิสเตอร์เพิ่งส่งมาให้ป้าโอ้ทเป็นอีเมล์สนทนาระหว่างบริษัทที่นัดกับมิสเตอร์ มิสเตอร์บอกในเนื้อความว่า ถ้าป้าโอ้ทไม่เชื่อดูนี่ซะ ...
เหตุผลของการยกเลิกเนื่องมาจากทางบริษัทที่นัดคงติดต่อไปทางบริษัทเดิมเป็นการอ้างอิง ว่าบุคคลที่จะมาสัมภาษณ์เป็นอย่างไร แต่ได้คำตอบมาว่าไม่ยินยอมให้บุคคลนี้ไปสัมภาษณ์ ซึ่งทางพนักงานไม่ได้รู้เงื่อนไข หรือนโยบายใดๆมาก่อน ฉะนั้นไม่แฟร์เลย แต่ทำอะไรไม่ได้
มิสเตอร์เสียใจแน่นอน ป้าโอ้ทบอกไปว่า "ยูทำงานดี ประสบการณ์นาน บริษัทอื่นๆเขาก็อยากได้ยูไปร่วมงานล่ะเน่อะ แต่ไอก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไม เพราะในเมื่อบริษัทไม่แจ้งพนักงานไว้ก่อน ใครจะรู้ว่าที่ไหนสมัครได้ ที่ไหนไม่ได้"
มิสเตอร์ตอบมาว่า  " ไอจะหาคำตอบ"
ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ มิสเตอร์บอกป้าโอ้ทว่า ได้นัดสัมภาษณ์จากที่เดิมอีกครั้ง วู้ๆๆๆ  ป้าโอ้ทดีใจและอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ถามมิสเตอร์ทันที
"ไอเข้าไปถามฝ่ายบุคคลที่บริษัทว่านโยบายกรณีที่เกิดขึ้นกับไอเป็นอย่างไร ทำไมถึงสัมภาษณ์ที่บริษัทนี่ไม่ได้"มิสเตอร์ตอบป้าโอ้ท
"แล้วทางเจ้าหน้าที่ว่าไง" ป้าโอ้ทตื่นเต้นอยากรู้
" เขาตอบไอไม่ได้ เขาบอกไม่รู้ แล้วเขาก็ยอมให้ไอไปสัมภาษณ์ได้"มิสเตอร์ตอบ
"แล้วยังไงต่อ ยูนัดเอง หรือ เขาโทรไป ยืนยันแล้วใช่ไหม เมื่อไร" ป้าโอ้ทยังตื่นเต้นอยู่
" ไอบอกให้เขาโทรไปทันที ณ ตอนนั้น เขาโทรไปถามว่าตำแหน่งยังว่างไหม ยินยอมให้บุคคลนี้ไปสัมภาษณ์ได้ " มิสเตอร์ตอบ
" เยๆๆ ไอภูมิใจยูมากๆ เห็นไหม เมื่อยูอ้าปากพูด ทำให้มีการเปลียนแปลง ยูต้องเหมือนเมียยูน่ะ แต่ยูมีเหตุผลมากกว่าเมีย" ป้าโอ้ทพูดไปหัวเราะไป ในขณะที่มิสเตอร์ยิ้มแฉ่งแก้มป่องๆ ยิ่งป่องมากกว่าเดิม
มิสเตอร์ไปสัมภาษณ์มาเรียบร้อยเมื่อวันศุกร์ที่ 26นี้เอง การสัมภาษณ์เป็นไปอย่างน่าพอใจ (มิสเตอร์บอกนะป้าโอ้ทไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์) มิสเตอร์ต้องไปสัมภาษณ์อีกครั้ง 
คืนก่อนสัมภาษณ์มิสเตอร์ได้รับโทรศัพท์นัดสัมภาษณ์จากอีกบริษัท เป็นบริษัทน้ำมันอยู่นิวเจอร์ซี่ ป้าโอ้ทนึกว่าถ้าได้งานที่นี่ต้องย้าย แต่มิสเตอร์บอกข้บไป 45 นาที ก็พอๆกับที่ป้าโอ้ทขับไปเรียนตอนนี้ล่ะ สัมภาษณ์บริษัทนี้พุธที่ 3 มีนาคม ทางโทรศัพท์
ป้าโอ้ทถามมิสเตอร์ว่าสมัครงานไปกี่ที่ ได้คำตอบว่า หก ถึง เจ็ด ในพื้นที่และไอดาโฮ่  ต้องลุ้นกันต่อว่าจะได้งานที่ไหน หรือจะไม่ได้งาน 


No comments:

Post a Comment

ขอบคุณมิตรภาพ และความคิดถึงที่เอามาฝากไว้ที่นี่ค่ะ

Thank you for visiting.