Life is short then do what brings happiness to life.ชีวิตเราสั้น อะไรทำแล้วมีความสุข ก็ทำไป

เรื่องราวที่เขียนในบล๊อกเป็นประสบการณ์ และชิวิตประจำวันของโอ้ทเอง เขียนไว้เป็นบันทึก เก็บไว้อ่านย้อนหลังเมื่อวันเวลาผ่านไป ซึ่งเอากลับมาไม่ได้ หากสิ่งที่เขียนเป็นประโยชน์กับบางคน หรือหลายคนด้วยก็ดีใจ ขอบคุณผู้อ่านทุกคนค่ะ

Wednesday, May 29, 2013

นักเรียนโข่ง...เกือบแล้ว


หลังจากให้พ่อไปติดต่อทรานสคริปที่มหาวิทยาลัย ส่งมาที่สำนักประเมินผลที่อเมริกา และส่งเอกสารบางฉบับมาที่โอ้ท รอบแรกปรากฎกว่า โอ้ทได้รับเอกสาร แต่ส่วนที่ส่งตรงไปที่สำนักประเมินผลไม่ได้ โอ้ทได้รับเอกสาร จนโอ้ทส่งเอกสารจากทางโอ้ทไปและสำนักประเมินผลได้รับเอกสารจากโอ้ท สองสัปดาห์ผ่านไปเอกสารที่พ่อส่งตรงจากไทยก็คงยังไม่ถึงสำนักประเมิน ไม่ได้การณ์ล่ะ รอแล้วไม่ได้จะยิ่งยืดเวลา ให้พ่อไปขอใหม่อีกรอบแล้วส่งมาที่โอ้ท

สองสัปดาห์จากนั้น (โดยประมาณ) โอ้ทได้รับเอกสารฉบับใหม่ที่พ่อส่งมา และจัดการส่งต่อสำนักประเมินผลทันที สองวันหลังจากนั้นเอกสารถึงสำนักประเมินผลเรียบร้อย

ระยะเวลาส่งใบสมัครไปที่โรงเรียนเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2556 จนกระทั่งโอ้ทได้รับเอกสารเทียบการศึกษา(ไทยเป็นอเมริกัน)จากสำนักประเมินผล เมื่อ 20 พฤษภาคม 2556 และตั้งใจไปยื่นเอกสาร ทำเรื่องต่อ 24 พฤษภาคม 2556 แต่ไม่ได้ไปเพราะฝนตก ลมพัดแรง ฟ้าครึ้ม ไม่อยากขับรถในบรรยากาศแบบนี้เพราะต้องขับไปหนึ่งชั่วโมง

วันนี้ล่ะ (29 พค 2556) จัดการเรียบร้อย ออกจากบ้าน 11 โมงกว่า ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง ช่วงเวลาที่โอ้ทเดินทางรถน้อย ขับสบายมากๆ  ไปถึงขับวนหนึ่งรอบดูสถานที่ จากนั้่นจอดรถหน้าอาคาร และถามนักศึกษาที่เดินผ่านมาให้แน่ใจอีกครั้ง

ติดต่อ แจ้งความประสงค์ พร้อมยื่นเอกสาร เจ้าหน้ารับเอกสาร พร้อมให้เลขประจำตัวนักศึกษา (ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นหมายเลขชั่วคราวหรือถาวรลืมถาม) และลงทะเบียนพบเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำการศึกษา

โอ้ทแจ้งสิ่งที่ตัวเองต้องการ
1. ต้องการเรียน 3 วิชาหลักควบ ในสาขาเดียวกัน ตามที่เห็นนักเรียนคนที่จบมาแล้ว
2. เดือนพฤศจิกายน ต้องไปไทย  ซึ่งถ้าทันเรียนฤดูฟอล จะคาบเกี่ยว (สิงหาคม ถึง ธันวาคม)
3. หากต้องสอบภาษาอังกฤษเพือให้แน่ใจว่าจะเรียนรู้เรื่อง สามารถสอบได้วันนี้

เจ้าหน้าที่ให้สอบภาษาอังกฤษก่อนอันดับแรก จากนั้นค่อยคุยต่อ แต่คณิตศาสตร์ยังไม่ต้องสอบให้รอผลประเมินจากเอกสารที่ยื่นไป ประมาณ 3 สัปดาห์ เพราะหากเทียบโอนได้ จะได้ไม่ต้องสอบและเรียนซ้ำ นั้นหมายถึง ประหยัดได้อีก

โอ้ทใช้เวลาทำข้อสอบ(คอมพิวเตอร์) ประมาณหนึ่งชั่วโมง รู้คะแนนทันที ปรากฎว่า คะแนนอยู่ในระดับที่ยังลงเรียนวิชาหลักไม่ได้แต่ไม่ถึงกับแย่ เพียงแต่ต้องลงเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมในส่วนที่ยังไม่ได้ก่อน เมื่อเรียนผ่านแล้วถึงจะลงทะเบียนวิชาหลักได้ แต่ต้องรอถึงเทอมใหม่ฤดูสปริง เนื่องจากฤดูฟอลไม่มีที่แล้ว เต็มจ้า
โอ้ทได้คะแนน การอ่าน 96/120  แกรมม่า 100/120 ความเข้าใจความหมาย เพื่อจะเขียน 108/120 วิชาที่ไฮไลท์คือต้องเรียนให้ผ่านก่อนที่จะลงทะเบียนเรียนวิชาสาขาต่อไป


โอ้ทถามคำถามที่ควรรู้และนึกได้ขณะนั้น หลายคำถามเชียว เจ้าหน้าให้คำแนะนำ และบอกสิ่งที่ควรรู้ และให้รหัสนักเรียนใช้ล๊อกอินในเวบโรงเรียน นั้นหมายถึงโอ้ทอยู่ในระบบของโรงเรียนแล้วนั่นเองเพียงแต่ยังไม่ได้เริ่มเรียน

เมื่อออกจากห้องแนะแนว(น่าจะเป็นการแนะแนวเมื่อเทียบกับบ้านเราเน่อะ) โอ้ทนึกขึ้นมาว่า"ทำไมเราไม่สอบคณิตศาสตร์เลยวันนี้ ไหนๆ ก็มาแล้ว" แต่คิดช้าไป หมดเวลาห้องสอบ แต่นึกอีกทีรอผลเทียบโอนก่อนดีกว่า เพราะถ้าโอนได้ประหยัดไปหลายร้อยเชียว

เอาล่ะ ก้าวขาเข้าไปได้หนึ่งข้างแล้ว ตัวยังติดอยู่กลางประตูเท่านั้น

ปล.สำหรับใครที่ไม่รู้ที่มาที่ไป กลับไปอ่านบล๊อกก่อนหน้านะคะ ในกลุ่ม "เรียน"






อีกหลายเดือนกว่าจะได้ลงเรียนภาษาอังกฤษสามตัวนั้น กำหนดลงทะเบียนเดือนพฤศจิกายนโน่นแน่ะ แล้วถ้าไม่ทัน นักเรียนลงทะเบียนจนเต็มจำนวนกำหนดก็ต้องรอต่อไปอีก แต่เจ้าหน้าที่แนะแนวนัดให้โอ้ทเข้าไปคุยอีกครั้งเดือนตุลาคม วางแผนลงทะเบียนให้ทันก่อนเดินทางไปไทยเดือนพฤศจิกายน

Monday, May 27, 2013

ทะเลไวลดวู้ด นิวเจอร์ซี่


วันนี้(วันจันทร์ 27 พค 2556)เป็นวันหยุดของอเมริกา วันเมมโมเรียล คงเหมือนกับวันทหารผ่านศึกบ้านเรา โอ้ทเห็นข่าวทีวีตั้งแต่วันศุกร์ ผู้คนเตรียมไปทะเลกัน โดยเฉพาะแอตแลนติค ซิตี้ นิวเจอร์ซี่ ที่พังจากเฮอริเคนแซนดี้ วันนี้ได้ทำการซ่อมเรียบร้อยและเปิดให้บริการใหม่ ทำให้ป้าโอ้ทอยากไปด้วย แต่ไม่รู้ว่ามิสเตอร์หยุด ป้าโอ้ทคิดไว้ว่าตัวเองจะไปทำงานตามปกติ แต่ปรากฎว่ามิสเตอร์หยุด ป้าโอ้ทตัดสินใจโทรหานายจ้างเปลี่ยนวันทำงานเป็นพรุ่งนี้ แล้วบอกมิสเตอร์ว่าอยากไปทะเล มิสเตอร์บอกว่าหาที่เรายังไม่เคยไปดีกว่า

กว่าจะตัดสินใจออกเดินทางปาเข้าไปบ่ายโมงกว่าแล้ว มิสเตอร์เจอที่น่าสนใจอยู่นิวเจอร์ซี่เหมือนกัน ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ตอนแรกป้าโอ้ทคิดว่ามิสเตอร์คงไม่ไปแล้วเพราะกว่าจะไปถึงก็เย็น มิสเตอร์บอกว่าขับไปดูเฉยๆก็ได้ เยๆๆ

ทะเลไวลดวู้ด Wildwood beach



 
ไปถึงเกือบสี่โมงเย็นแล้ว แต่ฟ้ายังสว่างอยู่ นี่ล่ะฤดูร้อน มืดช้า แต่ว่าลมทะเลเย็นมาก ป้าโอ้ทไม่ได้เอาเสื้อแจ๊คเก็ตติดมาด้วยเพราะตอนออกจากบ้านร้อน  สองคนพากันหาของกินอิ่มก่อนเป็นสิ่งแรก จากนั้นค่อยเดินเล่น


ป้าสั่งลอปสเตอร์ กับ กุ้ง สลัดแบบห่อแผ่น เพราะนีกว่าจะเหมือนที่มิสเตอร์เคยซื้อให้กินจากร้านแมคฯ หรือ ร้านอะไรสักอย่างที่บ้าน แต่ไม่ถูกปาก จำใจกินจนหมดเพราะเสียดาย ตั้ง 12.75 ดอลล่าร์  ดีนะได้มันฝรั่งแผ่น แบบเลย์มาด้วยหนึ่งห่อ

มิสเตอร์อยากนั่งชิงช้าสวรรค์ แต่ดูตั๋วแล้ว ขายยกชุดราคา 30 ดอลล่าร์ นี่ถูกที่สุด แต่จะนั่งแค่กระเช้าไม่คุ้ม เราเลยเดินเล่นเท่านั้น ถ้าต้องนั่งป้าคงจะต้องซื้อเสื้อแจ๊คเก๊ตใส่ก่อนลมข้างบนคงจะเย็นเยือก
 
 
เรือผีสิง
 



เอาล่ะ เดินลงไปแตะน้ำทะเลกันสักนิดดีกว่า ก่อนกลับ

สมใจป้าโอ้ท

 





 




ปล. ป้าโอ้ททำโทรศัพท์ตกตอนไหนไม่รู้ เดินกลับมาที่รถมิสเตอร์เห็นบนพื้น โชคดีจัง หนึ่งชั่วโมงแสดงว่าไม่มีคนเดินมาตรงนี้

Friday, May 10, 2013

สามหนุ่มมีหาง # ๓ ตัวแสบประจำบ้าน

สวัสดีคับ ป๋มชื่อ"มังกี้" ปัจจุบันอายุ สามขวบ ผมอ้วนจนป้าโอ้ทบอกว่าร้อง "อู๊ด อู๊ด" แทนเมี๊ยว เมี๊ยวแล้ว มิสเตอร์บอกผมนิสัยเหมือนป้าโอ้ทเพราะผมเป็นแฝดป้าโอ้ทคับ ^_^ ผมเป็นพันธุ์ผสม (Mixed Breed ผสมอะไรบ้างไม่รู้คับเรียกกันแบบนี้) จากร้านสัตว์ใกล้บ้าน ค่าตัว 190 ดอลล่าร์ ถูกกว่าพี่เฮอร์เบิร์ทมากแต่แสบสุดเรียกว่าเป็น"หัวโจ๊ก" ไปเลย Gangster

ผมชอบแกล้งลุงเฟรด ทำให้ลุงเฟรดรำคาญบ่อยๆ ชอบเล่นไล่จับกับพี่เฮอร์เบิร์ท จนป้าโอ้ทออกปากว่าเสียงดังปาน"ฟ้าผ่า"

ผมชอบนอนหงายโชว์พุงกะทิแบบนี้ สบายใจที่ซู้ดดดดดด ผมไม่กลัวอะไรเลย ตั้งแต่ผมมาบ้านอายุสองเดือน ผมก็ซ่าพี่ไล่งับลุงเฟรดกับพี่เฮอร์เบิร์ทแล้ว



ผมอยู่ในกล่องมิสเตอร์ไปรับผมมาบ้านคับ
19 เมษายน 2553

มาถึงบ้านผมก็ซ่าแล้ว
ตัวนิดเดียว
ช่วยด้วย

ป้าโอ้ทพาผมออกไปนอกบ้านตั้งแต่ผมเด็กๆ ทำให้ผมติดใจกลิ่นข้างนอก เผลอไม่ได้นะคับ เปิดประตูบ้านล่ะก็ผมวิ่งแจ้นออกไปทันทีแล้ววิ่งตามจับผมไม่ทันด้วย บางวันป้าโอ้ทต้องรอผมกลับมาบ้าน ห้าทุ่มเที่ยงคืน ไม่เช่นนั้นผมเข้าบ้านไม่ได้ มิสเตอร์กับป้าโอ้ทไม่ให้ผมออกไปเที่ยว ผมต้องรอจังหวะตอนสองคน"เผลอ"


ผมขยันไหมคับ หลับคาหนังสือ
ต่ะเอ๋ 


ผมชอบกล่อง กระเป๋า ลัง ถุง เห็นไม่ได้เชียว










ป้าโอ้ททำชูชิ...กินได้ อร่อยด้วย ไม่ได้โม้

ชิวิตต่างบ้านของป้าโอ้ทอีกวัน กับกลุ่มเพื่อนๆที่เรียนภาษาอังกฤษที่โบสถ์ (เรียนฟรี) เกิดเหตุเมื่อ 16 เมษายน 2552 ที่บ้านเพื่อนชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง " ซายากะ " (กลับญี่ไปปุ่นไปตั้งแต่ปี 2553)

ซายากะเปิดบ้านสอนเพื่อนๆทำชูชิ เตรียมทุกสิ่งอย่างที่ต้องใช้ให้พร้อมสรรพ เพื่อนๆไปแต่ตัว บางคนมีเครื่องดื่ม ขนม ติดไม้ติดมือไปด้วย ป้าโอ้ไปถึงคนสุดท้าย แวะซื้อคุ๊กกี้ไปด้วย ตอนนั้นป้ายังไม่มีจีพีเอส ไปไหนต้องพิมพ์แผนที่แล้วขับรถไป มองแผนที่ไป มองถนนไป (เก่งเน่อะ ทำอย่างนี้อยู่เป็นปีเชียวล่ะก่อนจะซื้อจีพีเอส) ป้าโอ้ทไม่ชอบกิน แต่อยากทำ

เสร็จแล้ว แท๊น แท้นนนนน


 สิ่งที่ใช้ในการทำชูชิครั้งนี้ ที่ถามไถ่เพื่อนมา ได้แก่ เสื่อสำหรับม้วน สาหร่ายแผ่น ข้าวเหนียวญี่ปุ่น ไข่ปลาคาร์เวีย ปลาไหล อโวคาโด้ แตงกวา ทำเองกินเอง อร่อยจังฮู้







Wednesday, May 8, 2013

สามหนุ่ม มีหาง # ๒ เป็นหนุ่มเต็มตัว

ปัจจุบันนี้ (2556) ผมอายุเกือบสี่ขวบแล้วคับ โตขึ้นหล่อเหลาไม่น้อย แต่ไม่ยอมให้ป้าโอ้ทเข้าใกล้เลยซิ เพิ่งจะญาติดีกันได้เดือนเดียวเองแต่ยังอุ้มผมไม่ได้ จับได้บ้างเป็นครั้งคราว ป้าโอ้ทสังเกตว่าตั้งแต่กลับจากไปตัดตอนโน่นล่ะ ไม่ยอมให้ป้าโอ้ทเข้าใกล้เลย ป้าไม่ได้เป็นคนพาไปนะ มิสเตอร์ต่างหาก แต่กับมิสเตอร์รักกันจัง...ป้าน้อยใจ
มิสเตอร์จะพาหนุ่มๆ ไปตัดตอนเมื่ออายุครบกำหนด ถ้าจำไม่ผิด หกเดือน และเลึ้ยงให้อยู่ในบ้านเท่านั้น

มิสเตอร์พาผมออกมาสูดอากาศหลังบ้านแต่กว่าผมจะออกมาได้ กล้าๆ กลัวๆ ค่อยๆ ดม สูดอากาศ แล้วค่อยๆ ก้าวขาออกมา ออกมาแล้วผมไม่เดินไปไหน ยืนอยู่กับที่

ป้าโอ้ทพาผมออกไปนั่งหลังบ้าน ผมยังกลัวเหมือนเดิม

มิสเตอร์สอนผมปีนต้นไม้ วันนั้นผมกลัวมากตัวสั่น ไม่เดินเลย




สวัสดีค้าบบบบ